2. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารในยุคปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป็นลักษณะส่วนบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาในปัจจุบันสู่อนาคต ที่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในองค์กรที่ปฏิบัติงานอยู่ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมาตรฐานสากล จำนวน 13 ประการ
จากเนื้อหาของบทความทั้ง 2 ส่วน จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความตระหนักให้แก่ผู้บริหารในปัจจุบันทุกคน ได้มองเห็นความสำคัญและคุณค่าของการเป็นนักบริหารจัดการที่ดี มีความสามารถ โดยเฉพาะสามารถบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพขององค์กรทางการศึกษาที่รับผิดชอบอยู่ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์แบบให้เป็นที่ยอมรับของสังคมโดยทั่วไปและปฏิบัติตนให้สมกับคำว่า สมองเป็นนักบริหาร วิญญาณเป็นครู
นิทานเฮฮาหรือโจ๊กในวงเหล้าที่เล่าสืบต่อกันมาหลายยุคหลายสมัยมีจำนวนไม่น้อยที่มีตัวเอกของเรื่องเป็นผู้บริหารซึ่งสามารถสร้างเสียงเฮฮาได้ตลอดมา
* มึงไม่ค่อยรู้อะไร เป็นแค่ครูใหญ่ก็พอแล้ว ( ผู้บังคับบัญชาหาตำแหน่งให้คนใกล้ชิด )
* พี่โตแล้วและรู้อะไรมากพี่เป็นครูก็แล้วกัน ส่วนน้องกลางชอบซักถามไฝ่รู้ให้เป็นนักเรียน ส่วนน้องเล็กทำอะไรไม่เป็น ไม่ค่อยรู้เรื่องและชอบเอาแต่ใจตนเอง
ให้เป็นผอ.ก็แล้วกัน ( การเล่นบทบาทสมมติของพี่น้องสามคน )
* เด็กคนที่ 1 : เฮ้ย ผอ.มาแล้วเราไปสวัสดีกันเถอะ
เด็กคนที่ 2 : กูไม่ไปหรอก เพราะเดี๋ยวมันก็ออกไป ( การสนทนาของเด็กอนุบาล 2 คน )
* 1. ผู้บริหารไม่เคยทำอะไรผิด
2. ถ้าผู้บริหารทำผิด ให้ไปดูข้อ 1 ( หลักการปฏิบัติตนของผู้ใต้บังคับบัญชา )
จากตัวอย่างในนิทานหรือโจ๊กเหล่านี้ จะเห็นได้ว่ามุมมองของคนทั่วไปในสังคมส่วนใหญ่เห็นผู้บริหารโรงเรียน เป็นผู้นำประเภทไม่เอาไหน ทำงานไม่เป็น ชอบกินเหล้าเมายา ไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่างแถมยังเผด็จการอีกด้วย ซึ่งก็คงมีเค้าที่เป็นเรื่องจริงอยู่บ้างเพราะก่อนหน้านี้ การกำกับติดตามดูแล โรงเรียนมิได้เข้มงวดกวดขันในด้านคุณภาพ คือการตรวจสอบคุณภาพตามสภาพจริงเหมือนเช่นปัจจุบัน ดังนั้นความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเอง พัฒนางานเพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้สู่เกณฑ์มาตรฐานที่บุคคลในแวดวงการศึกษาหรือสังคมทั่วไปให้การยอมรับ จึงมิใช่ประเด็นแรกที่ผู้บริหารแบบเดิมโดยทั่วไป คิดจะทำหรอก แต่สิ่งที่รู้ หรือเห็นกันอยู่ตลอดเวลาที่ผู้บริหารโรงเรียนเขาปฏิบัติกันมาคือ การสั่ง สั่ง สั่งและก็สั่งทุกเรื่องทุกงาน ต้องทันเวลา ต้องมีคุณภาพ ห้ามมีข้อแม้และท้ายสุดคือห้ามถาม ( ถ้าไม่รู้จริงๆ ให้ไปศึกษาหรือลอกแบบจากโรงเรียนอื่นดู ) เมื่อผู้บริหารเป็นอย่างนี้ผลกระทบจึงไปตกอยู่กับครูซึ่ง เป็นผู้ปฏิบัติโดยตรงที่จะต้องรับภาระงานที่ขาดการวางแผนที่รัดกุม ขาดความรู้ความเข้าใจในงานที่แท้จริง ขาดทิศทางการปฏิบัติที่ชัดเจน สุดท้ายผลงานที่ปรากฏออกมา มักจะไม่มีประสิทธิภาพตามที่ต้องการ สิ่งต่างๆ เหล่านี้สืบเนื่องมาจากความเป็นจริงที่ผู้บริหารส่วนใหญ่ขาดคุณลักษณะที่พึงประสงค์หลายประการ คุณลักษณะที่ขาดหายไปหรือสิ่งที่ผู้บริหารไม่มีนั้นอาจจะมีผลกระทบมาจากสิ่งที่เกี่ยวข้องหลายประการ ซึ่งเป็นข้อสังเกตดังนี้
* การเริ่มต้นเข้าสู่ตำแหน่งของผู้บริหารกล่าวคือ ถ้ามาจากการสอบ ก็จะได้ผู้บริหารที่ตรงเป็นไม้บรรทัด ยึดกฎระเบียบเป็นหลักปฏิบัติงานถ้าได้ มาจากการคัดเลือกก็มาจาก ระบบอุปถัมภ์ทำอะไรไม่ค่อยจะเป็น ยึดคุณธรรมนำทางการทำงาน คน 2 กลุ่ม จะทำงานแตกต่างกันออกไปซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ กลุ่มหนึ่งได้งาน ( มีประสิทธิภาพหรือเปล่าก็ไม่รู้ ) อีกกลุ่มได้คน ( ได้ทุกคนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ) แต่ถ้าบุคคลทั้ง 2 กลุ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนำเอาหลัก นิติธรรมและคุณธรรมมาหลอมรวมกันเป็นหลักการปฏิบัติงานเพื่อการพัฒนาหน่วยงานแล้ว ก็จะทำให้เกิดผลดี และเป็นประโยชน์ต่อองค์กรได้อย่างแท้จริง